บันเทิง » ดอยวาวี กับความประทับใจที่ลืมไม่ลง ต้องมาเที่ยวอีก

ดอยวาวี กับความประทับใจที่ลืมไม่ลง ต้องมาเที่ยวอีก

21 พฤศจิกายน 2020
139   0

มาเที่ยวจังหวัดเชียงราย ต้องไปสัมผัสอากาศหนาวที่ดอยวาวี อำเภอแม่สรวย ที่นี้เป็นที่ ๆ เริ่มปลูกชาอู่หลงแห่งแรกของประเทศ กับมี ชาอัสสัม ชาชื่อดังที่มีรางวัลอันดับ 2 จากการประกวดชาจากทั่วโลก ชมวิถีชีวิต และความอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ของชนเผ่ากว่า 13 ชนเผ่า มิตรภาพ ที่มีคุณค่าพอที่จะทำให้เราหลงรักดอยวาวี เหมือนกับชื่อของหนังสั้นที่กองถ่ายยกกองขึ้นไปถ่ายทำเรื่อง Fallen in love  “ตกหลุมรักที่ดอยวาวี”

ณัฏฐพัชร วงศ์เตชะนนท์ ผู้กำกับ หนังสั้นเรื่อง Fallen in love  “ตกหลุมรักที่ดอยวาวี” หนังสั้นที่ตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวของดอยวาวี และความประทับใจในอีกหลายๆ เรื่อง ของชุมชนน่ารักๆ ที่เต็มไปด้วยมิตรภาพที่งดงามแห่งนี้ ดอยวาวี เป็นที่ ๆ เริ่มปลูกชาอู่หลงเป็นที่แรกของประเทศ นอกจากชา ก็มีดอยกาดผี ยอดดอยที่มีจุดชมวิว ตั้งแคมป์ มองเห็นวิวสวยๆ กับทะเลหมอกได้รอบด้าน

ความรู้สึกตอนขาขึ้น ดอยวาวี จึงเป็นเพียงดอยทั่ว ๆ ไป ที่มีวิวสวยๆ กับไร่ชาเขียวๆ ให้วัยรุ่นไปเซลฟี่กันแค่นั้นเองแต่กับระยะเวลาสามวัน หลังจากที่ได้สัมผัสกับเรื่องราวต่าง ๆ บนดอยวาวี ถึงได้ทำให้รู้ว่า การตีความวาวีเป็นดอยทั่วๆ ไปในวันนั้น เป็นอะไรที่ไม่ใช่เลยจริง ๆดอยวาวี ในความรู้สึกของวันที่เดินทางกลับลงมา คือชุมชนเล็ก ๆ ที่ผสานความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อ รวมไว้ด้วยกันได้อย่างน่ารัก และลงตัว

ดอยวาวี ในภาพจำ เมื่อได้ไปสัมผัส คือชุมชนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว เรื่องราวของผู้คน ที่มีที่มาที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มชาวเขาเผ่าต่าง ๆ มากถึง 13 ชนเผ่า รวมไปถึงชาวไทยเชื้อสายจีนยูนนาน ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน เป็นสังคมเล็ก ๆ ที่อยู่รวมกันอย่างเป็นพี่เป็นน้อง ในความต่างของศาสนา ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม รวมถึงศาสนาตามความเชื่อของแต่ละเผ่า

ไร่ชาบนดอยวาวี ไม่ใช่เพียงแค่ไร่ชาสวยๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเก็บภาพ เพราะถ้าสังเกตกันจะเห็นว่าการปลูกชาบนดอยวาวี ไม่ใช่การถางป่า ล้มต้นไม้ เอาพื้นที่มาทำไร่ชา เพราะการปลูกชาของวาวีจะใช้พื้นที่แค่บางส่วนของดอย และดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่เอาไว้อย่างเดิม ไร่ชาบนดอยวาวี จึงไม่ใช่ภูเขาทั้งลูกที่มีแต่ต้นชา แต่เป็นไร่ชาที่มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ขึ้นสลับกันไปกับต้นชาที่ปลูก เป็นการอยู่รวมกันของผู้คน และธรรมชาติ ในแบบที่งดงามและลงตัว

ตลอดระยะเวลาสามวันบนดอยวาวี เต็มไปด้วยความประทับใจ ทั้งในเรื่องราวของใบชา ที่มีความลึกซึ้ง มีที่มาและเรื่องราวมากมาย จนอาจเรียกได้ว่าเป็นสายใยแห่งชีวิตที่เชื่อมโยงทุกคนบนดอยวาวีไว้ด้วยกัน ความประทับใจในอาหาร วัฒนธรรม ในธรรมชาติที่งดงาม และอากาศบริสุทธิ์ ที่ทำให้สูดลมหายใจลึกๆ ได้เต็มปอด แต่สำหรับเรา เสน่ห์ของวาวีกลับไม่ใช่อะไรทั้งหมดที่ได้เล่ามา เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของวาวี คือผู้คนทุกๆ คนบนดอยแห่งนี้ ผู้คนที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ น้ำใจ และรอยยิ้มที่จริงใจ

สิ่งที่รับรู้ได้ทันทีที่ได้สัมผัสกับผู้คนบนดอยวาวี คือมิตรภาพ เป็นมิตรภาพที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และไม่สามารถแกล้งทำขึ้นมาได้ มิตรภาพที่ทุกคนพร้อมจะหยิบยื่นให้กับแขกต่างถิ่นที่ไปเยี่ยมเยือน น้ำชาหอมๆ ที่ถูกนำมาต้อนรับในทุกบ้านที่เราเดินเข้าไป ความเต็มใจในการหยิบยื่นความช่วยเหลือในทุกครั้งที่มีโอกาส คำแนะนำ คำชี้แนะ ความยิ้มแย้มแจ่มใส รวมถึงรอยยิ้มบนใบหน้า ที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงมิตรภาพที่บริสุทธิ์ไม่น้อยไปกว่าอากาศเย็นๆ บนดอยแห่งนี้ … มิตรภาพ ที่มีคุณค่าพอที่จะทำให้เราหลงรักดอยวาวี เหมือนกับชื่อของหนังสั้นที่กองถ่ายยกกองขึ้นไปถ่ายทำ

ดอยวาวีในวันนี้ยังคงงดงาม ไม่พลุกพล่านไปด้วยขบวนนักท่องเที่ยว ที่แวะเวียนไปตักตวงในสิ่งที่ต้องการ ไม่ถูกรบกวนด้วยนายทุนผู้เข้าไปแสวงประโยชน์จากความสมบูรณ์ในที่แห่งนี้ และแม้ในใจ จะมีความเป็นห่วง ว่าซักวันที่วาวีเป็นที่นิยมมากขึ้น ความงดงามต่างๆ ที่มีในวันนี้ อาจจะถูกลดทอนลงไป แต่สิ่งที่มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และจะยังคงเป็นอยู่เช่นเดิม คือน้ำใจ มิตรภาพ และผู้คนที่น่ารักบนดอยแห่งนี้ … ผู้คน ที่ทำให้ทุกคนที่ได้มีโอกาสไปสัมผัส จะต้องหลงรักดอยแห่งนี้ ไม่ต่างกับเรา ที่ตกหลุมรักดอยวาวีนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ…

ซึ่งได้รวบรวมของดีของดอยวาวี และดอยช้างมาใว้ให้ได้สัมผัสท่ามกลางอากาศหนาวสบาย และมีศิลปินดังมากมากมาย อาทิ แจ๊ส สุป๊กนิ๊ก ปาปิยองกุ๊ก กุ็ก ,ดูโอเมย์,ม๊อคค่ากาเด้นท์ ,วงสิงสยาม เร็กเก้จากแดนใต้,วงโก๋อาร์ม ปาตี้โด๊ะ,และเหล่าดีเจอันดับต้นๆของประเทศไทย มารวมตัวกันที่นี่ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรมอบให้ชุมชนวาวีเพื่อเป็นกองทุนกลางสำหรับป้องกันไฟป่า 11-12 ธันวาคม 2563  พบกันแน่นอน ณ ดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย.