สุขภาพ » เชียงใหม่ระดมพลังสังคมทุกภาคส่วนสู้ฤดูฝุ่นควัน จัดเทศกาล“ล้านนาฟ้าใสลมหายใจเดียวกัน”

เชียงใหม่ระดมพลังสังคมทุกภาคส่วนสู้ฤดูฝุ่นควัน จัดเทศกาล“ล้านนาฟ้าใสลมหายใจเดียวกัน”

2 พฤศจิกายน 2020
176   0

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ที่ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เชียงใหม่  นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, นายชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ และภาคีฯ ร่วมกันเปิด เทศกาล “Lanna Breeze ล้านนาฟ้าใสลมหายใจเดียวกัน”

มหกรรมดังกล่าวเป็นการรวมพลังสังคม ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน โดยการประสานงานของสภาลมหายใจเชียงใหม่ เพื่อป้องกันบรรเทาและร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตมลพิษฝุ่นควันไฟ PM 2.5 ซึ่งเกิดเป็นประจำทุกปี โดยมีกำหนดจัดขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ไปจนถึงกลางเดือนเมษายน 2564 รวมระยะเวลานานกว่า 5 เดือน

ตลอดเวลาจัดกิจกรรมจะมีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งการรณรงค์ การให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนและนำเสนอเชิงวิชาการ อาทิ การส่งเสริมเกษตรกรลดการเผาพื้นที่เกษตร การปั่นจักรยานลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวเพื่อการบริโภคในครัวเรือน การจัดแสดงงานศิลปะจัดวางและศิลปะการแสดง การจัดนิทรรศการและงานแสดงสินค้า  เพื่อนำเสนอนวัตกรรมป้องกันฝุ่น ฯลฯ  ทยอยนำเสนออย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างๆ ทั่วจังหวัด

 ในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ กับ สภาลมหายใจเชียงใหม่  เพื่อนำชุดความรู้ Animation “จากฝุ่นควันสู่สภาวะโลกร้อน” และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวกับการป้องกันและการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน และหลักสูตรความรู้ ในโรงเรียนทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่

พร้อมด้วยวงเสวนา หัวข้อปัญหาของฝุ่นควัน PM 2.5 และแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันในปี 2564 โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และประธานฯ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมเสวนาถึง แผนการบริหารจัดการ นโยบายในการป้องกัน ความร่วมมือและการสนับสนุน จากชุมชน-ท้องถิ่น และทุกภาคส่วน รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมือง ลดปริมาณฝุ่นควันจากยานพาหนะ และโรงงานอุตสาหกรรมในเมือง

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า การทำงานในปีนี้ เน้นไปที่ความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ กับประชาชนทุกภาคส่วน ที่ผ่านมามีจำนวนวันที่ค่ามลพิษสูงเกินมาตรฐาน เกินกว่า 70 วันในหนึ่งปี สำหรับปี 2564 ตั้งเป้าว่าจะลดจุดความร้อน (Hotspots) และพื้นที่ไหม้ลงให้ได้อย่างน้อย ร้อยละ 25 จากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมโครงสร้างการเผชิญเหตุ บูรณาการทั้งภาคชนบทและภาคเมือง ที่มีประสิทธิภาพขึ้นจากปีก่อน

นายสมชาติ วัฒนากล้า  ผู้อำนวยการสำนักงานช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทาง อบจ. จะสนับสนุน คน งบประมาณ ทรัพยากร และบุคลากร ที่ผ่านมามีการ ติดตั้งเครื่องวัด 250 เครื่อง รวมเป็น 500 กว่าเครื่อง ที่เคยมีการติดตั้ง ซื้อเครื่องเป่าลม เพิ่ม 200 กว่าเครื่อง เตรียมเพื่อบริการหน่วยงานที่มีความต้องการ ที่สำคัญที่สุด ปีนี้จะเป็นปีแรก ที่ อบจ. จะ อุดหนุนงบประมาณตรงไปให้กับชุมชนหมู่บ้าน 1,000 กว่าแห่ง โดยตรง  ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการไฟในระดับชุมชน ดีขึ้นอย่างแน่นอน

นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่  กล่าวว่า บอกปัญหาหลักในภาคเมือง
มาจากรถ ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์มากกว่า ล้านกว่าคัน มีรถยนต์ เกินกว่า 4 แสนคัน นี่เป็นโจทย์แก้สำหรับภาคเมือง เทศบาล กำลังออกแบบมาตรการสำหรับปีนี้ เช่นการรถบางชนิดในบางเวลา ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบเตรียมมาตรการในช่วงสุดท้าย

นายชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า 14 ปีมานี้ พบว่าปัญหามลพิษฝุ่นควันมีความซับซ้อน เพราะเป็นวิถีชีวิต พฤติกรรมของมนุษย์ ลำพังประชาชน หรือรัฐ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงฝ่ายเดียว จะต้องร่วมมือกัน การจัดเทศกาล “Lanna Breeze ล้านนาฟ้าใส ลมหายใจเดียวกัน” คือ การพยายามรวมทุกภาคส่วน เตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่การตามเข้าไปดับ

นอกจากนี้ ยังมีการ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรม “Chiang Mai Go Green Festival ปั่นเพื่อเปลี่ยน” ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานของเทศกาลฯ โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ และสภาลมหายใจเชียงใหม่ ภาคคีที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันคิดและคาดหวังให้เป็นกลไกในการสร้างกระแสการเดินทางคาร์บอนต่ำครั้งใหญ่ เปิดพื้นที่เมืองเก่าให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวไทย เข้ามาสัมผัสเมืองเก่าในบรรยากาศ ที่ปลอดโปร่ง ด้วยการใช้จักรยาน ทุกๆวันอาทิตย์เช้า ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 มกราคม 2564 รวม 13 สัปดาห์

นลี อินทรนันท์  หัวหน้าภาคเมือง สภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า การปั่นจักรยานในเทศกาลนี้จะเป็นการปั่นตามอัธยาศัยในพื้นที่เขตเวียงเก่า เพื่อชมตัวเมืองเก่าเชียงใหม่ที่น้อยคนจะได้สัมผัส โดยแต่ละสัปดาห์ จะมีชุมชนเจ้าภาพจัดเตรียมพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว “บนอาน” ด้วยกาดมั่วคัวฮอม ของดีเปิงดีอวด และเวทีการแสดง ขณะที่ลานสามกษัตริย์ จะมีเต๊นท์กองอำนวยการเป็นจุดติดต่อขอใช้บริการทัวร์ไกด์ (ฟรี) ปั่นล่องกอง ปั่นเก็บผักจากสวนผักในเวียง ปั่นชมวัด ปั่นเล่นเกมส์ล่ารางวัล และรับแจกคูปองสมนาคุณ เป็นรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมฯ และจับรางวัลใหญ่ในวันสุดท้ายของเทศกาล ในวันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2563 นี้ เวลา 8.00 น. จะจัดเป็นสัปดาห์แรก โดยมีชุมชนพวกแต้ม รับเป็นเจ้าภาพ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ ออกมาปั่นเพื่อเปลี่ยนไปด้วยกัน.