ท่องเที่ยว » เชียงใหม่ ไลฟ์สไตล์แฟชั่น เสน่ห์การท่องเที่ยวผสมผสานถ่ายทอดผ่านแฟชั่น 5 ธีมพิเศษ กว่า80ชุด

เชียงใหม่ ไลฟ์สไตล์แฟชั่น เสน่ห์การท่องเที่ยวผสมผสานถ่ายทอดผ่านแฟชั่น 5 ธีมพิเศษ กว่า80ชุด

9 กันยายน 2020
135   0

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 ที่ บ้านโบราณ จังหวัดเชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานสัมผัสเชียงใหม่  ไลฟ์สไตล์แฟชั่น ในแบบคุณ  “Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle 2020” ภายใต้โครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020 โดยภายในงานมีผู้แทนจากทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมจำนวนมาก

การเตรียมจัดงานดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่กับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งนี้ กฎบัตรเชียงใหม่ จึงได้มีแนวคิดที่จะร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อสร้างสรรค์งานแฟชั่นในแบบฉบับของจังหวัดเชียงใหม่ มาดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด โดยการนำเสน่ห์และไลต์สไตล์การท่องเที่ยวในแบบเชียงใหม่ มาผสมผสานกับแฟชั่น จนเกิดเป็นกิจกรรม  CMCM2020 Chiang Mai Creative Fashion & Lifestle 6 สัปดาห์สัมผัส ไลฟ์สไตล์แฟชั่น ในแบบคุณ

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2563 โดยผู้ร่วมงานจะได้พบกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ กับ 5 ธีม 6 เส้นทาง ประกอบด้วย ธีมที่ 1 สวัสดีคร๊าฟ สัมผัสงานคร๊าฟและงานฝีมือเครื่องประดับแห่งล้านนา ธีมที่ 2 ลำนำแห่งขุนเขา เส้นทางแห่งนางพญาผ้าซิ่น และยืนถิ่น กินนรีแห่งขุนเขา ธีมที่ 3 ศิลปะครอบครัว ความสุข สร้างดีไซน์ วิถีล้านนา ศิลปะ สร้างความสุข ธีมที่ 4 เส้นฝ้ายและสายไหม  ย้อม ทัก ปัก ทอ  DIY สร้างชีวิต และธีมที่ 5 ศิลปะ ริมทาง แฟชั่น เดินถนน

นอกจากนี้แล้ว การจัดงานดังกล่าวยังมีกิจกรรมที่สำคัญที่จะเกิดขึ้น ในสัปดาห์ที่ 6 นั่นก็คือ การจัดตลาดนัดอาร์ตคร๊าฟ ที่จะรวมของดีจากทั้ง 5 ธีม มาอยู่ในงาน ในช่วงวันที่ 20 – 22 พฤศจิกายน 2563 พร้อมทั้งชมไฮไลท์การแสดงแฟชั่นโชว์จากดีไชน์เนอร์ทั่วเชียงใหม่ และชุดแฟชั่นที่มาจากทั้ง 5 ธีม กว่า 80 ชุด และนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการใช้สะพานขัวเหล็ก แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นสถานที่ในการจัดงาน

ซึ่งคาดว่าการจัดงาน Chiang Mai Creative Fashion & Lifestle ทั้ง 6 สัปดาห์ ตั้งแต่ 17 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2563 จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม เกิดการจ้างงาน เกิดกระแสการท่องเที่ยว และเกิดการใช้จ่าย มูลค่ารวมมากกว่า 50 ล้านบาท .