หน้าแรก » อดีตนายพลตำรวจผู้รักกีฬาฟุตบอล เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลเชียงใหม่

อดีตนายพลตำรวจผู้รักกีฬาฟุตบอล เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลเชียงใหม่

16 พฤษภาคม 2024
240   0

Spread the love

พล.ต.ต.อนุ เนินหาด อดีตนายตำรวจหัวใจนักกีฬา ที่ผันตัวเองเป็นผู้ชื่นชอบอดีตของนครเชียงใหม่ในรูปแบบต่างๆวันนี้พาย้อนอดีตกว่า 30 ปีไปหา พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย ยอดนายตำรวจมือปราบยังโดดเด่นในด้านกีฬาฟุตบอลของทีมตำรวจเชียงใหม่ และทีมฟุตบอลเชียงใหม่ในยุคเฟื่องฟู ในปลายปี พ.ศ.๒๕๓๔ ต่อเนื่องปี พ.ศ.๒๕๓๕ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งให้นายตำรวจผู้ชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแข่งขันฟุตบอลรายการยามาฮาไทยแลนด์คัพภาคเหนือ หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์หน้ากีฬา ลงข่าวว่า“วีระวุฒิโดดจับทีมลูกหนังเชียงใหม่ ในฐานะผู้จัดการทีม

สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่มอบหมายนายตำรวจนักฟุตบอล รับหน้าที่ผู้จัดการทีมลูกหนังเชียงใหม่ลุยศึกลูกหนังยามาฮาไทยแลนด์คัพภาคเหนือ ตามที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬายามาฮาไทยแลนด์คัพภาคเหนือซึ่งจะมีนักเตะจาก ๑๖ จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อคัดเลือกทีมฟุตบอลที่ชนะเลิศเป็นตัวแทนภาคเหนือเข้าร่วมแข่งขันระหว่างภาคที่เมืองกรุง และจะเปิดสนามวันที่ ๓๑ มกราคมศกหน้า(๒๕๓๕)นั้น

 

เพื่อความแข็งแกร่งของทีมเชียงใหม่ในฐานะเจ้าภาพ นางวิมล ธิเวกานนท์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ได้เชิญนายรงคฤทธิ์ ญาณวุฒิ ประธานฝ่ายฟุตบอลสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่และ พ.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย สวส.สภ.อ.เมืองเชียงใหม่เข้าหารือเกี่ยวกับการเตรียมทีมเขาร่วมแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งจากการหารือทางนางวิมล ธิเวกานนท์ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย รับหน้าที่ผู้จัดการทีมร่วมกับนายรงคฤทธิ์ ญาณวุฒิ ประธานฝ่ายฟุตบอลสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่
พ.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย เปิดเผยว่าเมื่อทางสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่มอบหมายให้ตนเองเป็นผู้จัดการทีมแล้ว ตนเองก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ในการจัดตั้งสตาร์ฟทำงาน ทางตนเองก็จะเป็นผู้เลือกเอง โดยจะมีเทอรี่ เคมเซย์ อดีตโค้ชลูกหนังสเปอร์เป็นสตาร์ฟโค้ชด้วย”(นสพ.ไทยนิวส์,๒๗ ธ.ค.๒๕๓๔)

ก่อนหน้านี้เคยมีนายตำรวจที่เคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเชียงใหม่ คือ พ.ต.ต.พยุง จินาชิต อดีตนักเตะทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสารวัตรปกครองป้องกันสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

 

ปัจจุบัน พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย อายุ ๖๙ ปี(เกิด พ.ศ.๒๔๙๘) เดิมเป็นชาวอำเภอเมืองพิจิตรและไปเติบโตที่อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรโดยคุณพ่อรับราชการตำรวจ วัยเด็กเคยได้รับทุนเรียนดีของจังหวัดพิจิตรไปเรียนชั้นประถมปีที่ ๕ ที่โรงเรียนจ่านกร้อง จังหวัดพิษณุโลกและเรียนต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม โรงเรียนประจำจังหวัดพิษณุโลก ภายหลังกลับมาเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม โรงเรียนประจำจังหวัดพิจิตร ระหว่างนั้นได้เล่นฟุตบอลของโรงเรียนมาโดยตลอด

หลังจากนั้นไปศึกษาต่อจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและสอบรับราชการเป็นนิติกรของกระทรวงพาณิชย์ รับราชการอยู่ระยะหนึ่งไม่ชอบงานนิติกรจึงสอบคัดเลือกเข้าอบรมนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นบ.รบ.รุ่น ๙) เพื่อนรุ่นเดียวกัน เช่น พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา, พล.ต.ต.จรินทร์ อินทร์สุวรรณโณ, พล.ต.ต.บัญชา เศรษฐกร, พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ เชื้อสมบูรณ์ เป็นต้น

จบการศึกษาแล้วบรรจุรับราชการตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.อ.จอมทองในปี พ.ศ.๒๕๒๒ ร.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย เล่าว่าสมัยนั้นงานตำรวจไม่มากทำให้มีเวลาฝึกซ้อมฟุตบอลกับข้าราชการตำรวจและชาวอำเภอจอมทอง สนามฟุตบอลอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอจอมทอง ชาวอำเภอจอมทองที่สนับสนุนฟุตบอล คือ คุณถาวร เกียรติไชยากรและคุณสุรพล เกียรติไชยากร คหบดีของอำเภอจอมทอง ร.ต.ต.วีระวุฒิ ลงเล่นทีมอำเภอจอมทองซึ่งมักแข่งขันชิงความเป็นเลิศกับทีมคู่แข่งอำเภอข้างเคียงคือ อำเภอฮอด เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีในสมัยนั้น

นอกจากนี้ ร.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย ยังคุมทีมตำรวจสายใต้ที่รวมโรงพักจอมทองและโรงพักข้างเคียง ส่งเข้าแข่งขันฟุตบอลประเพณีของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่จนได้แชมป์มาครองเป็นประวัติศาสตร์ของตำรวจเชียงใหม่สายใต้
ต่อมาได้ย้ายมาเป็นรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ สมัยนั้น พ.ต.ท.ประยุทธ ชูทับทิม เป็นสารวัตรใหญ่ซึ่งเป็นนักฟุตบอลทำให้ทีมฟุตบอลกองเมืองเชียงใหม่ขณะนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะในปี พ.ศ.๒๕๒๖ ที่มีนายตำรวจจบใหม่จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น ๓๖ มาบรรจุหลายคนและเป็นกำลังสำคัญของทีมฟุตบอลกองเมืองเชียงใหม่ เช่น ร.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ, ร.ต.ต.บดินทร์ เจริญวงศ์, ร.ต.ต.สงวน โรงสะอาด เป็นต้น เมื่อรวมกับนายตำรวจฝีเท้าดีคนอื่น เช่น พ.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว, ร.ต.ท.กำพล ไชยคำวัง ทำให้ทีมฟุตบอลกองเมืองเชียงใหม่ในรุ่นนั้นคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศเป็นแชมป์ฟุตบอลตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

ผลงานที่ส่งผลให้ทีมฟุตบอลกองเมืองเชียงใหม่ได้แชมป์บอลตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย ชื่นชม ร.ต.ต.สงวน โรงสะอาด(ยศสุดท้ายพล.ต.ต.สงวน โรงสะอาด อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา)
“พี่เล่นกลางและเล่นปีก สงวน โรงสะอาดเป็นนายตำรวจจบจากโรงเรียนนายร้อยมาใหม่เล่นแบ็ค เล่นไม่ดีเพราะไม่มีพื้นฐานบอลมาก่อน แต่แรงดีวิ่งได้ตลอด นัดสำคัญนัดหนึ่งคือ ทีมกองเมืองเชียงใหม่แข่งกับทีมตำรวจสายเหนือที่มีผู้เล่นอดีตเขต ๕ ปีกขวา คือ พ.ต.ต.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ ขณะนั้นเป็นสารวัตรสืบสวนสอบสวนโรงพักพร้าว เล่นเก่งมักเรียกบอลและเลี้ยงไปยิงทีมคู่แข่งอยู่เสมอ ผมก็มอบหมายให้สงวนประกบ สั่งว่าประกบชิดเลย พี่สุรเชษฐ์ไปไหนให้ตามไปด้วย
“ปรากฏว่าได้ผล พี่สุรเชษฐ์ได้บอล ก้าวเท้าหลอกจะเลี้ยงไปขวาแล้วปาดบอลไปทางซ้าย แต่สงวนไม่รู้ว่าโดนหลอกก็ไม่หลงตาม ไล่ทิ่มบอลออกทำให้พี่สุรเชษฐ์เล่นไม่ได้ นัดนั้นทีมกองเมืองเชียงใหม่ชนะ ยกความดีความชอบให้สงวน
“ฟุตบอลทีมกองเมืองรุ่นนั้นมีโอกาสแข่งเชื่อมความสามัคคีกับทีมผู้สื่อข่าวที่มีพี่อำนาจ, อ้อน-ไทยรัฐ, เจี๊ยบ-ไทยนิวส์ เป็นหลัก สร้างความคุ้นเคยกันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังแข่งเชื่อมความสามัคคีกับทีมครูโรงเรียนปรินส์ฯและทีมครูโรงเรียนมงฟอร์ตฯ ทำให้รู้จักคุ้นเคยกัน

“สนามฟุตบอลสมัยนั้นมักเล่นกันที่สนามเทศบาลฯเชียงใหม่ แต่มักไม่ว่าง ทำให้ต้องหาสนามใหม่ ผมไปพัฒนาทำสนามฟุตบอลหลังสาธารณสุขเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินท์ สมัยก่อนเป็นป่าไมยราบรก ไปช่วยกับดาบพัฒน์และโค้ชแดง-นักบอลเขต ๕ เอาตำรวจไปช่วยแผ้วถางและทำสนามบอลไว้เล่นกัน เป็นสนามที่นิยมกันมากในสมัยนั้น ปัจจุบันคือบริเวณหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่”

ต่อมา พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย โยกย้ายไปอยู่โรงพักแม่แตงและโรงพักหางดง ก่อนที่จะขึ้นเป็นสารวัตรสืบสวนสอบสวนที่โรงพักเขาบางแกรก จังหวัดอุทัยธานี โดยการสนับสนุนของ พล.ต.ต.สัจจะ กระแสเวส ขณะนั้นเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต ๙ จังหวัดนครสวรรค์
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๔ ย้ายมาเป็นสารวัตรสืบสวนสอบสวนโรงพักกองเมืองเชียงใหม่ กลับมาเล่นฟุตบอลและอยู่ในวงการฟุตบอลของเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง นอกจากเล่นฟุตบอลแล้วยังส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลประชาชนถ้วย ก.ของเชียงใหม่ ในชื่อ ทีมน้องว้อนซึ่งเป็นชื่อลูกชาย ขณะนั้นมีนักเตะฝีเท้าดีหลายคนเข้ามาร่วมทีม

ต่อมาปลายปี พ.ศ.๒๕๓๔ ต่อเนื่องปี พ.ศ.๒๕๓๕ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลยามาฮาไทยแลนด์คัพภาคเหนือ
พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย เล่าการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นว่า
“สมัยนั้นผมอยู่ในแวดวงของกีฬาฟุตบอลเชียงใหม่และได้รู้จักกับประธานฝ่ายฟุตบอลคือ คุณรงคฤทธิ์ ญาณวุฒิ เป็นนักธุรกิจทำหมู่บ้านคุรุสภา รู้จักโดยการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่งทำให้คุ้นเคยกัน คุณรงคฤทธิ์เห็นว่ามีความสามารถจึงมอบหมายให้เป็นผู้จัดการทีมจังหวัดเชียงใหม่ มีการรวมนักฟุตบอลฝีเท้าดีจากหลายสถาบันการศึกษามารวมกัน นอกจากนี้พี่ดึงทีมสโมสรตำรวจคือ อุดม สุวรรณเลขามาเล่นด้วย

“ได้โค้ช คือ เทอรี่ เคมเซย์ เป็นชาวอังกฤษเคยเล่นทีมสเปอร์มาก่อน โดยเทอรี่พูดภาษาไทยได้มีภรรยาเป็นคนไทย ก่อนที่จะมาเป็นโค้ชทีมจังหวัดเชียงใหม่นั้นพี่มอบหมายให้เป็นโค้ชทีมฟุตบอลกองเมืองเชียงใหม่ก่อน เห็นว่ามีความรู้ความสามารถจึงชวนมาเป็นโค้ชทีมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ชักนำเทอรี่มาสู่วงการฟุตบอลเชียงใหม่ คือ ร.ต.อ.พัฒน์ หอมนาน สมัยเป็นนายดาบตำรวจทำหน้าที่เป็นสายตรวจของโรงพักกองเมืองเชียงใหม่ ไปตรวจและทักทายนักท่องเที่ยวที่ถนนท่าแพ ไปเจอเทอรี่มาเที่ยวและคุยเรื่องฟุตบอลก็ถูกคอ จึงพามาแนะนำให้ผมรู้จักและให้ช่วยเป็นโค้ชให้ทีมโรงพักกองเมืองเชียงใหม่

“ทีมฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่โดยใช้โค้ชจากประเทศอังกฤษชื่อ เทอรี่ เคมเซย์ สมัยนั้นเป็นข่าวฮือฮาคนสนใจกันทั่วประเทศเพราะยังไม่มีทีมฟุตบอลอื่นใช้โค้ชต่างชาติเนื่องจากค่าจ้างแพง แต่เทอรี่ไม่เน้นค่าจ้าง แค่พอมีรายได้ที่พออยู่เชียงใหม่ได้ก็เพียงพอ ถือว่ามีความสามารถคนหนึ่ง ภายหลังย้ายไปกรุงเทพฯและหายจากวงการฟุตบอลเชียงใหม่ไป เป็นประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลเชียงใหม่ครั้งหนึ่งที่น่าจดจำ
“ทีมฟุตบอลเชียงใหม่ชุดนั้นเตรียมทีมดีค่อนข้างดี ถือว่ามีความสามารถเพราะไปเสมอกับทีมจังหวัดนครสวรรค์ได้ สมัยนั้นทีมจังหวัดนครสวรรค์ใช้ผู้เล่นสโมสรถาวรฟาร์ม เก่งระดับต้นๆ ของประเทศ ติดทีมชาติหลายคน แต่ทีมเชียงใหม่ยันเสมอและสู้อย่างไม่ด้อยกว่า น่าเสียดายที่เตะลูกโทษแพ้ทำให้ตกรอบสองในรายการนั้น”

หลังจากทำหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนั้น ต่อมามีภาระหน้าที่การงานมากขึ้นทำให้ห่างจากวงการฟุตบอลเชียงใหม่ ด้านหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตรหัวหน้างานสอบสวนและรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.อ.เมืองเชียงใหม่, รองผู้กำกับการหัวหน้า สภ.อ.ดอยสะเก็ดสมัยที่ พล.ต.อ.พจน์ บุณยจินดาเป็นอธิบดีกรมตำรวจ ต่อมาย้ายเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ต่อมาย้ายไปภาคกลางตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.อ.เมืองสมุทรปราการ ขึ้นเป็นผู้กำกับการวิชาการ กรมตำรวจ ก่อนที่จะย้ายกลับมาเป็นผู้กำกับการ สภ.แม่ใจ จ.พะเยาและย้ายกลับเชียงใหม่มาเป็นผู้กำกับการ สภ.อ.แม่ริม

เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่สมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เคยย้ายไปเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ๑ ปีและย้ายกลับมาตำแหน่งเดิม และเลื่อนเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายในปี พ.ศ.๒๕๕๗ เกษียณอายุราชการในตำแหน่งนี้ในปี พ.ศ.๒๕๕๘

การรับราชการหมุนเวียนอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่นานถึง ๒๗ ปีประกอบกับมีอุปนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีน้ำใจรักและไม่ทอดทิ้งเพื่อนฝูง คบหาผู้คนทุกวงการ ส่งผลให้ พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อยเป็นที่รู้จักทั่วไปและเป็นผู้มากบารมีคนหนึ่งของเชียงใหม่
พล.ต.ต.วีระวุฒิ เนียมน้อย ให้ความเห็นเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเชียงใหม่ว่าน่าจะมีรายการแข่งขันระดับเยาวชนให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาหาดาวรุ่งของเชียงใหม่ เป็นการปั้นนักเตะคนเชียงใหม่ตั้งแต่เด็กเยาวชนที่จะทำให้ฟุตบอลเชียงใหม่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและสร้างชื่อเสียงในอนาคต.

พล.ต.ต.อนุ เนินหาด เรียบเรียง