หน้าแรก » เชียงใหม่เข้ม เริ่มมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด 15 กุมภาพันธ์  – 30 เมษายน 66

เชียงใหม่เข้ม เริ่มมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด 15 กุมภาพันธ์  – 30 เมษายน 66

16 กุมภาพันธ์ 2023
222   0

Spread the love

จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด 15 กุมภาพันธ์  – 30 เมษายนนี้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เร่งสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด

วันที่ 15 ก.พ. 66 ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5  โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ

ที่ประชุมจังหวัดเชียงใหม่ได้รายงานจุดความร้อน ตั้งแต่ห้วงวันที่ 1 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2566 พบจุดความร้อนทั้งหมด 2,390 จุด ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวน ซึ่งขณะนี้พื้นที่ที่มีสถานการณ์รุนแรงคือพื้นที่สายใต้และสายเหนือได้แก่ อำเภอฮอด จอมทอง เชียงดาว ส่งผลให้มีค่าคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จำนวน 30 วัน สูงสุดอยู่ที่ 196 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยสภาพอากาศปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์สีเหลืองเกือบสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ เกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในขณะนี้ เช่น ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ซึ่งมีการเพิ่มของจุดความร้อนอย่างมีนัยสำคัญนั้น ทางพื้นที่รายงานว่า ส่วนใหญ่เกิดจากความเข้าใจผิดของประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในแนวเขตชายแดนเกี่ยวกับการประกาศห้ามเผาเด็ดขาด  (15 กุมภาพันธ์  – 30 เมษายน 2566) ทำให้ชาวบ้านต้องรีบเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตรก่อนเริ่มบังคับใช้ ทำให้มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนแล้ว คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นโดยเร็วนี้

อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอเพิ่มความเข้มข้นในการออกลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม มีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อย่างจริงจัง รวมถึงการประสานของหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหากยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้จะมีการประกาศปิดป่าเป็นมาตรการต่อไป ซึ่งหากเกินศักยภาพของอำเภอขอให้ประสานมายังจังหวัดเพื่อขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป.