ท่องเที่ยว » เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพิ่มพื้นที่สีเขียว จัดกิจกรรม “ปลูกต้นไม้” เนื่องในวันพืชมงคล ประจำปี 2565

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพิ่มพื้นที่สีเขียว จัดกิจกรรม “ปลูกต้นไม้” เนื่องในวันพืชมงคล ประจำปี 2565

13 พฤษภาคม 2022
99   0

Spread the love

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรม “ปลูกต้นไม้” ภายใต้โครงการ CSR พันธมิตรสีเขียว เนื่องในวันพืชมงคล ประจำปี 2565 ขึ้น เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับพื้นที่ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และตัวแทนจากชุมชนโดยรอบเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 3 ตำบล (ต.แม่เหียะ, ต.สุเทพ, ต.หนองควาย) เข้าร่วมด้วย ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กล่าวถึงกิจกรรม “ปลูกต้นไม้” ภายใต้โครงการ CSR พันธมิตรสีเขียว ว่า เนื่องในวันนี้เป็นวันพืชมงคล ประจำปี 2565 ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นวันแรกของการเริ่มฤดูฝน และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ จึงจัดกิจกรรม “ปลูกต้นไม้” ขึ้น ภายใต้โครงการ CSR พันธมิตรสีเขียว ขึ้น เพื่อสร้างพื้นฐาน สร้างสำนึก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับพื้นที่โดยรอบเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จำนวน 300 ต้น ได้แก่ ต้นลูกหว้า (มะเกี๋ยง), ต้นกระถินเทพา, ต้นมะขามป้อม, ต้นมะค่าโมง และต้นจามจุรี ที่ได้มาจากสถานีเชาะชำกล้าไม้ห้วยดินดำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เกิดความชุ่มชื้น ช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดินที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ เพื่อให้ความสวยงาม ให้ร่มเงาทั้งกับคนและสัตว์ พร้อมทั้งยังเป็นอาหารแก่สัตว์ในอนาคตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ โครงการ CSR พันธมิตรสีเขียว ยังเป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมกับมีกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยการเพิ่มมูลค่าจากสิ่งของเหลือใช้ และมีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นศูนย์กลาง ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน ทั้งในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป